สรุปเงินเยียวยา หากเจ็บ เสียชีวิต พืชผลทางการเกษตรเสียหายจากภัยพิบัติคชภัย (ช้างป่า) 2564

สรุปเงินเยียวยา หากเจ็บ เสียชีวิต  พืชผลทางการเกษตรเสียหายจากภัยพิบัติคชภัย (ช้างป่า) 2564

ค่าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต 

บาดเจ็บสาหัส (รักษาตัวใน รพ.ติดต่อกัน 3 วันขึ้นไป) ช่วยเหลือเบื้องต้นรายละ 4,000 บาท

บาดเจ็บถึงขั้นพิการ (ไม่สามารถประกอบอาชีพตามปกติได้) ช่วยเหลือเบื้องต้น 13,300 บาท

กรณีสาธารณะภัยขนาดใหญ่หรือรุนแรง ต้องรักษาตัวในสถานพยาบาล จ่ายเงินหรือสิ่งของปลอบขวัญรายละไม่เกิน 2,300 บาท

คำจัดการศพผู้เสียชีวิต รายละไม่เกิน 29,700 บาท

เงินสงเคราะห์ครอบครัว กรณีหัวหน้าครอบครัวหรือผู้หารายได้เลี้ยงดูครอบครัวเสียชีวิต สงเคราะห์ครอบครัวอีกไม่เกิน 29,700 บาท

 

เงินช่วยเหลือกรณีพื้นที่เพาะปลูกเสียหายไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่พืชไร่และพืชผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่นๆ

ข้าวไร่ละ 1,340 บาท 

พืชไร่และพืชผักไร่ละ 1,980 บาท

ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่นๆ ไร่ละ 4,048 บาท

 

     ที่ผ่านมา แนวทางการชดเชยเยียวยาจากทางภาครัฐมีหลักเกณฑ์ตามที่กล่าวมาข้างต้น และมีกองทุนช่วยเหลืออาหารช้างป่าแห่งประเทศไทย ที่ดำเนินการโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งมีเบิกจ่ายเยียวยาประชาชนระหว่างปี พ.ศ. 2555-2558 แต่หลังจากปี พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการเยียวยาเนื่องจากงบประมาณไม่เพียงพอ และอยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้มีการเบิกจ่ายได้

มาตรการเยียวยาต่างๆที่ผ่านมาได้มีความพยายามปรับให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น แต่ยังไม่สามารถตอบสนองกับความรู้สึกสูญเสีย และความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงจากพฤติกรรมของช้างป่าที่มีรูปแบบการกินที่สร้างความเสียหายต่างจากภัยธรรมชาติทั่วไป ซึ่งมักเป็นความเสียหายแบบสะสมตลอดฤดูกาล เสียหายแบบไม่ถาวร หรือไม่สิ้นเชิง แต่ส่งผลต่อปริมาณการเก็บเกี่ยวหรือพืชให้ผลผลิตไม่ได้ ซึ่งทำไม่สามารถขอรับการชดเชยได้ตามหลักเกณฑ์ของการเยียวยา ซึ่งทางทีมวิจัยเครือข่ายเสียงคนเสียงช้าง เห็นช่องว่างการเยียวยา ที่เกษตรกรหรือชุมชนยังเห็นว่าไม่เป็นธรรมและไม่สอดคล้องกับรูปแบบพฤติกรรมการทำลายของช้างป่า เช่น 

 

ความเสียหายจ่าย 30 ไร่ มากกว่านี้ ยังไม่มีหลักเกณฑ์เยียวยา ซึ่งฝูงช้างป่าหรือสัตว์ป่า อาจทำลายมากกว่า 30 ไร่ ภายในคืนเดียว หรือ สะสมมากกว่า 30 ไร่

ต้องเกินหนึ่งไร่ขึ้นไป เสียหายน้อยกว่านี้ ยังไม่มีหลักเกณฑ์เยียวยา

ต้องเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว ความเสียหายหลายครั้งรวมครบหนึ่งไร่ ยังไม่มีหลักเกณฑ์เยียวยาเช่น ช้างกินวันนี้แต่ครึ่งไร่ สองเดือนมากินอีกครึ่งไร่ ความเสียหายที่เกิดขึ้นลักษณะนี้ ยังไม่มีหลักเกณฑ์เยียวยา

ความเสียหายต้องถาวร ไม่ถาวร ยังไม่มีหลักเกณฑ์เยียวยา เช่น ช้างมากินกล้วย กัดกินเหลือโคนต้นแต่ไม่ตาย หากเจ้าหน้าที่เกษตรมาตรวจสอบเจอต้นอ่อนงอกออกมา ไม่เข้าหลักเกณฑ์ ไม่เสียหายถาวร ช้างต้องถอนรากต้นกล้วย (เพื่อให้ต้นตาย) และต้องถอนให้ครบทุกต้นใน 1 ไร่ จึงจ่ายเงินเยียวยาได้

 

      ส่วนการเยียวยานอกเหนือจากนี้ เป็นหน่วยงานและเอกชนในแต่ละท้องถิ่นบริหารจัดการกันเอง เช่น บางพื้นที่ที่หน่วยงานและเอกชนเอาใจใส่ก็มีการช่วยเหลือประชาชนที่เป็นรูปธรรม แต่บางพื้นที่แทบไม่มีการชดเชยใดๆ หรือบางพื้นที่การชดเชยเยียว เป็นไปอย่างชั่วคราวเพราะเงินบริจาคหมดไป ปัญหาความไม่ชัดเจนนี้ ทำให้เกิดการช่วยเหลือเยียวยาไม่ทั่วถึงครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียม จึงเป็นปัญหาที่ต้องนำเสนอเพื่อแก้ไขในทางกฏหมายและหลักเกณฑ์ปฏิบัติของกระทรวงที่เกี่ยวข้องต่อไป 

 

หรือถึงเวลาแล้วที่ต้องให้ปัญหาช้างเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาช้างป่าเกิดการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน และดูแลประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ภายใต้หลักเกณฑ์ที่เป็นธรรม

 

 

ขอขอบคุณภาพจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

 

อ้างอิง

กองช่วยเหลือผู้ประสบ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย. 2564. หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2564.  แหล่งที่มา: https://bit.ly/30LUQke (22 พฤศจิกายน 2564)

 

กระทู้ถามที่ 146 ร. เรื่อง ขอให้รัฐบาลกำหนดระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวทางการเยียวยาและการจ่ายค่าชดเชย กรณีปัญหาช้างป่าบุกรุกทำลายร่างกาย ชีวิต ทรัพย์สินและพืชผลทางการเกษตรของราษฎร อย่างเป็นธรรม ในพื้นที่อำเภอเขาชะเมา อำเภอวังจันทร์ และอำเภอแกลง จังหวัดระยอง. 2563. (2563, 15 ธันวาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 137 ตอนพิเศษ 291. หน้า 65-71.


หลักเกณฑ์นี้ให้ใช้บังคับวันที่เกิดภัย ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564    
ให้ยกเลิก หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2556.

ผู้เขียน 

อัจฉรา อิงคามระธร และ  เอื้อการย์ อารามรักษ์